บล็อกนี้จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอข้อมูลข่าวสารการศึกษาต่อ

วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

แนะแนวระบบ รับตรง,Clearing House,Admissions 2556

แนะแนวระบบ รับตรง,Clearing House,Admissions 2556

หลายคนยังงงงวย  เอ๋ะ !!  เราจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยยังไง นิ
มันสอบยังไง สอบตรงเมื่อไร  Clearing House  คืออะไร    7 วิชาสามัญคืออะไร !!??
เรามารู้จักกับระบบ คัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาประจำปีการศึกษา 2556 กันเลยจ้า
ปล.  ระบบมันเปลี่ยนแปลงทุกปี ยังไงก็มั่นอัพเดทข้อมูล ^__^

เมื่อเข้าชั้น ม.6 หรือเด็กจะซิ่ว โดยน้องๆจะต้องพบกับการสอบคัดเลือก ดังนี้
1 สอบ รับตรง โควตา  : เป็นการจัดสอบตรงเองโดยมหาวิทยาลัย รายละเอียดต่างมหาวิทยาลัยจะเป็นคนกำหนดเองจ้า ว่าต้องสอบวิชาอะไรบ้างช่วงไหนบ้างแต่ละมหาวิทยาลัยจะเป็นคนกำหนดเอง
2 สอบ 7 วิชาสามัญ  : เป็นการจัดสอบโดยสทศ ทั้งหมด 7 วิชาได้แก่ ไทย สังคม อังกฤษ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ  โดยคะแนนสามารถใช้ได้แค่ปีนั้น ๆ ไม่สามารถเก็บไปใช้ปีอื่นได้จ้า  สอบช่วงเดือน มกราคมของทุกปี
3 สอบ  GAT-PAT  : จัดสอบโดยสทศ ปีละ 2 ครั้ง  คะแนนสามารถเก็บไว้ได้ 2 ปี สอบเดือน ตุลาคม และ มีนาคม ของทุกปี ( ถ้าน้ำไม่ท่วมก็คงจะสอบเวลานี้ )  
4 สอบ  O-NET : จัดสอบ ปีละ 1 ครั้ง เดือน กุมภาพันธ์ของทุกปี สอบได้ครั้งเดียวตลอดชีวิต นำคะแนนไปใช้ได้ตลอดกาล

ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาประจำปีการศึกษา 2556 หลัก ๆ จะมี 2 วิธีดังนี้
 รับตรง โควตา โดยใช้ผลของคะแนน รับตรง โควตา + 7 วิชาสามัญ + GAT-PAT + O-NET + GPAX
 Admsisions กลาง โดยใช้ผลของคะแนน  GAT-PAT + O-NET + GPAX  
รับตรงของแต่ละสถาบันจะเป็นคนกำหนดสัดส่วนการใช้คะแนนนะครับ เช่น
มศว อาจจะสอบตรง 100 %
จุฬา คณะวิศวะใช้  GPAX+ GAT+ PAT1 + PAT3
จุฬา คณะอักษรศษสตร์  GPAX +PAT7 + 7 วิชาสามัญ :ไทย สังคม อังกฤษ
มหิดล  7 วิชาสามัญ : ไทย สังคม อังกฤษ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ
อันนี้เป็นตัวอย่างนะครับ เวลาสมัครก็ให้เราไปอ่านระเบียบการของแต่ละสถาบัน แต่ละคณะว่าใช้เกณฑ์คะแนนอะไรบ้างในการคัดเลือก แล้วเราจะได้ลงสอบ วิชานั้น ๆ  ไม่จำเป็นต้องสอบทุกวิชา

ขั้นตอนการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาประจำปีการศึกษา 2556 
อ้างอิงจาก http://www.cuas.or.th/quota/document/adm55_flowchart.pdf กดขยายรูปได้จ้า
 
ระบบ  Clearing House 
หลังจากได้ดูกราฟแล้วหลายคนอาจจะงง ๆ นิด ๆ แต่สรุป คือ ระบบ Clearing house  คือระบบยืนยันสิทธ์รับตรง  เช่น  นาย A สอบติดทั้ง จุฬา มหิดล ธรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ เชียงใหม่ ขอนแก่น ศิลปากร มศว   โอ๋ บระเจ้าช่วยกล้วยทอด  นาย A สอบตั้งหลายมหาวิทยาลัย แนะสุดยอดไปเลย  แต่ ระบบ    จะทำให้นาย A เลือกได้เพียงมหาวิทยาลัยเดียวเท่านั้น จ้า
ระบบนี้ข้อดีคือ  จะได้ทราบว่า แต่ละมหาวิทยาลัยเหลือที่ว่างจริง ๆ เท่าไร  เพราะหลังจากเสร็จรับตรงแล้วแต่ละมหาวิทยาลัย ก็จะส่งข้อมูลว่าเหลือที่ว่างเท่าไร จะได้นำที่ว่างนี้ไปคัดเลือกใน ระบบ Admissions กลางต่อไปจ้า
ปล ข้อดีอีกข้อคือ บางคนติดหลายที่ และ ไปยืนยันสิทธ์หลายที่ทำให้เสียเงินเยอะมาก  แต่พอมีระบบนี้ขึ้นมาจะช่วยให้เราประหยัดเงินไปได้เยอะ
โดยระบบ Clearing House จะให้นักเรียนยืนยันสิทธ์ประมาณช่วงเดือน มีนาคมครับ

รับตรง Clearing House   !!?
ตอบ  มหาวิทยาลัย หลายแห่งใช้ ชื่อโครงการว่ารับตรงว่า    รับตรง Clearing House    สรุปแล้วมันคือชื่อโครงการรับตรงของแต่ละมหาวิทยาลัยนะครับ  การตั้งชื่อโครงการแบบนี้อาจจะทำให้หลายคนสับสน  รูปตัวอย่างผมนำมาจากรับตรงของ บางมดนะครับ
ปล เมื่อก่อนจะมีหลายมหาวิทยาลัยตั้งชื่อแบบนี้ แต่ปัจจุบันมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เริ่มเปลี่ยนชื่อเพื่อให้ไม่สับสนแล้วครับ



มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมระบบ Clearing House

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยมหิดล
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยศิลปากร
มหาวิทยาลัยทักษิณ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร (คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล)
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
มหาวิทยาลัยนครพนม
มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ
มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า
กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.)  
หลังจากที่น้อง ๆยื่นยันสิทธ์แล้ว ก็จะถูกส่งชื่อเพื่อตัดสิทธ์ Admissions กลางนะครับ

มหาวิทยาลัยที่ส่งรายชื่อตัดสิทธ์ Admissions 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
มหาวิทยาลัยทักษิณ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยนเรศวร
มหาวิทยาลัยนครพนม
มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
มหาวิทยาลัยบูรพา
มหาวิทยาลัยพะเยา
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
มหาวิทยาลัยมหิดล
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
มหาวิทยาลัยศิลปากร
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
 
แม้บางมหาวิทยาลัยจะไม่ได้เข้าร่วม Clearing House
แต่ก็ส่งรายชื่อเพื่อตัด Admissions กลางนะครับ
 


ทปอ ประกาศปรับน้ำหนัก Admissions  2556
ทุกกลุ่มสาระ ยังคง GPAX 20% และ O-NET 30%

กลุ่มที่ 1 วิทยาศาสตร์สุขภาพ ที่ปรับ คือ
สัตวแพทยศาสตร์ สหเวชศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ วิทยาศาสตร์การกีฬา GAT 20% PAT2 30%
เภสัชศาสตร์ ,GAT 10% และPAT2 40%
ทันตแพทย์/ พยาบาลเหมือนเดิม คือ  GAT 30%   PAT2 20%
สรุป  ที่เปลี่ยนไปมีเพียง เภสัชศาสตร์   จาก  GAT 20% PAT2 30%  เป็น  GAT10%  PAT2 40% 

กลุ่มที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพและชีวภาพ ปรับสาขา วิทยาศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ  GAT 10% ,PAT1  10% และPAT2 30%
สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ  GAT 10% ,PAT1 20% และ PAT2 20%
สรุป ที่เปลี่ยนไปมีเพียง สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ  จาก   GAT 10% ,PAT1  10% และPAT2 30% เป็น GAT 10% ,PAT1 20% และ PAT2 20%

กลุ่มที่ 3 วิศวกรรมศาสตร์  ไม่มีการเปลี่ยนแปลง  ใช้  GAT 15%, PAT2 15% , PAT 3 20%

ปล. สำหรับผมกลุ่มนี้ก็น่าปรับน้ำหนักนะครับ 

กลุ่มที่ 4 สถาปัตยกรรมศาสตร์   ไม่มีการเปลี่ยนแปลง  ใช้ GAT 10%  PAT4  40%

กลุ่มที่ 5 เกษตรศาสตร์ ปรับสาขา เกษตรศาสตร์ อุตสาหกรรมการเกษตร วนศาสตร์ เทคโนโลยีการเกษตร  GAT 10% และPAT1 10% และPAT2 30%
สรุป  มีการปรับน้ำหนักจาก  GAT 20% PAT1 10%  PAT2 20%   น่าจะทำให้คะแนนแอดปีนี้ ลดลงจ้า

กลุ่มที่ 6 พาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี เศรษฐศาสตร์ การท่องเทียว  ไม่มีการปรับน้ำหนัก
- พาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์  GAT 30% PAT1  20%
- ท่องเทียว รูปแบบ 1  GAT 50 %
- ท่องเทียว รูปแบบ 2  GAT 40%   PAT7   10%


กลุ่มที่ 7 ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ พลศึกษา สุขภาพ รูปแบบที่ 1 GPAX 20%, O-NET 30% ,GAT 20% และPAT5 30%
รูปแบบที่ 2 GPAX 20% , O-NET 30% ,GAT 10% และPAT5 20% และต้องเลือกสอบ PAT 1/2/3/4/6/7 วิชาใดก็ได้ 1 วิชา 20%
สรุป  กลุ่มนี้ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากจากปีก่อน  ใช้ GAT20% PAT5 30% ทุกคณะเลยครับ 
โดยเฉพาะให้มีการเลือกสอบ PAT  วิชาใดก็ได้ แบบนี้จะวัดเด็กได้ตรงความต้องการของสาขาหรอ >.<  

กลุ่มที่ 8 ศิลปกรรมศาสตร์ ปรับ สาขา วิจิตรศิลป์ ศิลปะประยุกต์ ดุริยางศิลป์ นาฎศิลป์ ศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ และศิลปะการออกแบบหัตถอุตสาหกรรม GPAX 20% , O-NET 30%, GAT 10% และเลือกสอบPAT4 หรือ 6 เพียง 1 วิชา 40%
สรุป ปีก่อนใช้ได้แค่ PAT6 เท่านั้นนะครับ แต่ปี 56 นี้ใช้ PAT4  ได้ด้วย หุหุ 
 

กลุ่มที่ 9 มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขา นิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ อักษรศาสตร์ ศิลปะศาสตร์ มนุษยศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ สังคมวิทยา สังคมสงเคราะห์ศาสตร์

ปรับพื้นฐานวิทยาศาสตร์   GAT 30% และPAT1 20%
พื้นฐานศิลปศาสตร์ รูปแบบที่ 1 ไม่มีการปรับเปลี่ยน  ( ใช้ GAT 50% )

พื้นฐานศิลปศาสตร์รูปแบบที่  2  GAT 30% และPAT7 20%
สรุป อันนี้ถือว่าเป็นการกระทบต่อเด็กสายศิลป์ อย่างมากนะครับ  เพราะเมื่อก่อนใช้  GAT 40%  PAT1  10%  แต่ปรับเป็น  GAT 30% PAT1 20%  การปรัแบบนี้ทำให้เด็กสายศิลป์ เสียเปรียบสายวิทย์เต็ม ๆ  ขอให้น้องสายศิลป์ เตรียมฟิต คณิตศาสตร์ให้ดี  !!!!

ม.ขอนแก่น เปิดโควตารับตรง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทุกคณะ

ม.ขอนแก่น เปิดโควตารับตรง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทุกคณะ


มหาวิทยาลัยขอนแก่น  เปิดโควตารับตรง 17 จังหวัด
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2556
กำหนดการ

พฤหัสฯที่ 14 มิ.ย. 55ขอข้อมูลรายชื่อนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 6 จากโรงเรียน / วิทยาลัย / สถาบันต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยส่งข้อมูลตามรูปแบบไฟล์ MS Excel ที่กำหนดให้ ซึ่งจะสามารถ download แบบฟอร์มผ่านเว็บได้ที่ http://apply.kku.ac.thแล้ว Upload คืนให้มหาวิทยาลัย ผ่านทาง Website
พฤหัสฯที่ 28 มิ.ย. ถึง
พฤหัสฯที่ 9 ส.ค. 55
แนะแนวสัญจร เพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายการรับบุคคลเข้าศึกษาฯ โดยวิธีรับตรง และรับฟังความคิดเห็น ตามโรงเรียนประจำจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จันทร์ที่ 2 ถึง
ศุกร์ที่ 20 ก.ค. 55
รับสมัครสอบความถนัด (GAT/PAT) ครั้งที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2556 ทาง Website :http://www.niets.or.th
โดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โปรดดูรายละเอียดปฏิทินการรับสมัครทาง Website http://www.niets.or.th
อังคารที่ 31 ก.ค. 55วันสุดท้ายที่โรงเรียนส่งข้อมูลนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 6 ให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ศุกร์ที่ 10 ถึง
ศุกร์ที่ 24 ส.ค. 55
นักเรียนสมัครสอบข้อเขียนวิชาหลักของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ทาง Website :http://apply.kku.ac.th) และชำระเงินค่าสมัครผ่านธนาคารหรือไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศหรือเคาเตอร์เซอร์วิส และดำเนินการขอเปลี่ยนแปลงรายวิชาสอบ และศูนย์สอบ(ถ้าประสงค์)
เสาร์ที่ 25 ถึง
อังคารที่ 28 ส.ค. 55
- ผู้สมัครยื่นคำร้องขอแก้ไขข้อมูลส่วนตัว
(ยกเว้นข้อมูลรายวิชาสอบและศูนย์สอบ)
- โรงเรียนตรวจสอบรายชื่อนักเรียนที่สมัครสอบข้อเขียนฯ โดยวิธีรับตรง ประจำปีการศึกษา 2556
จันทร์ที่ 27 ส.ค. 55- วันสุดท้ายของการชำระเงินค่าสมัครสอบข้อเขียน เพื่อสมัครเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยวิธีรับตรง ผ่านธนาคาร และ ไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ
ศุกร์ที่ 28 ก.ย. 55ประกาศแผนผังที่นั่งสอบทาง ทาง Website : http://www.kku.ac.th ,http://apply.kku.ac.th)และผู้สมัครตรวจสอบแผนผังที่นั่งสอบพร้อมกับพิมพ์บัตรประจำตัวผู้เข้าสอบ
เสาร์ที่ 6 ถึง
อังคารที่ 9 ต.ค. 55
ดำเนินการทดสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2555 โดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ
(องค์การมหาชน)
เสาร์ที่ 3 ถึง
จันทร์ที่ 5 พ.ย. 55
สอบข้อเขียน (วิชาหลัก) มหาวิทยาลัยขอนแก่น
จันทร์ที่ 5 ถึง
อังคารที่ 20 พ.ย. 55
โรงเรียนต่างๆ ส่ง GPAX 5 ภาคเรียน ของผู้สมัครฯ โดยวิธีรับตรง ให้แก่มหาวิทยาลัยตามรูปแบบที่กำหนดให้ในไฟล์ Excel ซึ่งสามารถ download ได้จาก Website :http://apply.kku.ac.th แล้ว Upload คืนให้มหาวิทยาลัยผ่านทาง Website
เสาร์ที่ 10 ถึง
อาทิตย์ที่ 11 พ.ย. 55
- สอบวิชาวาดเส้น องค์ประกอบศิลป์ วาดเส้นเพื่อการสื่อสาร ความถนัดทางการออกแบบนิเทศศิลป์ ทฤษฎีและปฏิบัติดนตรีตะวันตก ทฤษฏีและปฏิบัติดนตรีไทยทฤษฎีและปฏิบัติดนตรีพื้นเมือง ทฤษฎี และนาฎศิลป์ปฏิบัติ
- ทดสอบสมรรถภาพทางกาย
- สอบวิชาความรู้ความถนัดทางศิลป์
- สอบวิชาพื้นฐานการศึกษาเทคโนโลยีการศึกษาทางการแพทย์ พื้นฐานศิลปะ วาดเส้นทางการแพทย์ และสีน้ำทางการแพทย์
พุธที่ 21 พ.ย. 55ประกาศผลคะแนนสอบข้อเขียนวิชาหลัก และวิชาภาคปฏิบัติ/ความถนัด (รายบุคคล) ผ่าน Website : http://apply.kku.ac.th, http://www.kku.ac.th
พฤหัสฯที่ 22 ถึง
ศุกร์ที่ 30 พ.ย. 55
นักเรียนเลือกอันดับคณะ/สาขาวิชา ทาง Website http://apply.kku.ac.th และชำระเงินค่าสมัครผ่านธนาคารหรือไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ หรือเคาเตอร์เซอร์วิส
จันทร์ที่ 3 ธ.ค. 55วันสุดท้ายของการชำระเงินค่าสมัครเลือกคณะ/สาขาวิชา ผ่านธนาคาร หรือไปรษณีย์ไทย หรือเคาเตอร์เซอร์วิส
จันทร์ที่ 17 ธ.ค. 55ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์ ตรวจร่างกาย และเอกซเรย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยเครือข่าย(ทาง Website : http://www.kku.ac.th)
เสาร์ที่ 22 ถึง
อาทิตย์ที่ 23 ธ.ค. 55
สอบสัมภาษณ์ ตรวจร่างกาย และเอกซเรย์ ของมหาวิทยาลัยเครือข่าย (โปรดดูรายละเอียดในประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์)
พุธที่ 16 ถึง
พฤหัสฯที่ 17 ม.ค. 56
สอบสัมภาษณ์ ตรวจร่างกายและเอกซเรย์ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น (โปรดดูรายละเอียดในประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์)
จันทร์ที่ 21 ม.ค. 56ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสอบสัมภาษณ์เพื่อยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาฯ ทาง Website :http://www.kku.ac.th
ศุกร์ที่ 25 ม.ค. 56มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาให้ สอท.ผ่านระบบ Clearinghouse และตัดสิทธิ์ Admission


ข้อมูลจาก : http://reg2.kku.ac.th/eregistration/index.asp

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เผย 5 อาชีพยอดฮิต ที่จบแล้วโอกาสได้งานสูง

เผย 5 อาชีพยอดฮิต ที่จบแล้วโอกาสได้งานสูง

เผย 5 อาชีพยอดฮิต ที่จบแล้วโอกาสได้งานสูง


งาน
 
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล 

            จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด เผย 5 ตำแหน่งงานยอดฮิต เรียนจบแล้วโอกาสได้งานสูง เพราะเป็นที่ต้องการจากนายจ้าง  

            เรียนจบแล้วจะได้งานทำหรือไม่ แล้วจะเรียนสาขา หรือคณะอะไรที่นายจ้างต้องการ หรือเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน เกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณนพวรรณ จุลกนิษฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกมาเปิดเผยถึง 5 ตำแหน่งงานที่นายจ้างต้องการตัวมากที่สุดในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2555 ไว้ดังนี้ 

          1. เจ้าหน้าที่ธุรการและฝ่ายบุคคล 

          2. ฝ่ายขาย /บริการลูกค้าและพัฒนาธุรกิจ 

          3. ไอที 

          4. เจ้าหน้าที่การตลาดและประชาสัมพันธ์ 

          5. วิศวกร 


            ส่วนตำแหน่งงานที่ผู้หางานนิยมสมัครมากที่สุด มีดังนี้

          1. เจ้าหน้าที่ธุรการและฝ่ายบุคคล 

          2. วิศวกร 

          3. ฝ่ายขาย/บริการลูกค้าและพัฒนาธุรกิจ 

          4. ไอที 

          5. เจ้าหน้าที่การตลาดและประชาสัมพันธ์

            อย่างไรก็ตาม คุณนพวรรณ จุลกนิษฐ ยังได้วิเคราะห์ถึงสัดส่วนการแข่งขันในตลาดแรงงานว่าในแต่ละปีนั้นจะพบว่า ประเทศไทยมีบัณฑิตจบใหม่ ในระดับปริญญาตรี ถึงปีละประมาณ 3-4 แสนคน แต่ความต้องการแรงงานในช่วงเดือนมีนาคม 2555 กลับมีเพียง 138,450 อัตรา ทำให้สัดส่วนระหว่างจำนวนนักศึกษาจบใหม่กับตำแหน่งงานว่างอยู่ที่ 1 ต่อ 3 ซึ่งหมายความว่าในจำนวนนักศึกษาจบใหม่ 3 คน จะมีเพียง 1 คน ที่จะมีสิทธิได้งานเท่านั้น

           ทั้งนี้ สำหรับคนที่ต้องการได้งาน หรือมีเปอร์เซ็นต์สูงในการถูกคัดเลือกเข้าทำงานคือ คนที่เตรียมตัวอย่างดีทั้งเรื่องความสามารถ ทักษะการสื่อสาร รวมถึงทัศนคติด้านบวกในการทำงานด้วย และพร้อมที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ๆ 
 
 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

20 อันดับคณะที่คนเลือกมากที่สุด ประจำปี 2555

20 อันดับคณะที่คนเลือกมากที่สุด ประจำปี 2555

20 อันดับคณะที่คนเลือกมากที่สุด ประจำปี 2555

20 อันดับคณะที่คนเลือกมากที่สุด ประจำปี 2555

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
          เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่า ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ นายกสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) ได้แถลงถึงความพร้อมในการประกาศผลการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือแอดมิชชั่น ปี 2555 ว่า ปีนี้มีผู้สมัครแอดมิชชั่นกว่า 122,169 คน ผ่านการคัดเลือก 82,102 คน และมีอีกกว่า 40,067 คน ที่พลาดหวัง
          ทั้งนี้มีจำนวนเปิดรับทั้งนักศึกษาทั้งสิ้นกว่า 140,828 ที่นั่ง แยกเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาล จำนวน 76,778 ที่นั่ง แต่มีผู้ผ่านการคัดเลือกเพียง 64,248 ที่นั่ง ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฏ - ราชมงคล รับนักศึกษาทั้งสิ้นกว่า 25,321 ที่นั่ง มีผู้ผ่านการคัดเลือกกว่า 13,913 คน และสถาบันการศึกษาเอกชน รับได้ 38,573 ที่นั่ง แต่มีผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์เพียง 3,785 คน
          ส่วนอันดับและสาขาที่มีคนคัดเลือกมากที่สุด 20 อันดับเเรก มีดังนี้
            อันดับ 1 วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ รับทั้งสิ้นจำนวน 56 คน จำนวนผู้สมัคร 2,850 คน อัตราการแข่งขัน 1: 51
            อันดับ 2 คณะวิทยาศาสตร์ ประเภทวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ รับทั้งสิ้นจำนวน 160 คน จำนวนผู้สมัคร 1,906 คน อัตราการแข่งขัน 1:12

            อันดับ 3 คณะครุศาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับทั้งสิ้นจำนวน 150 คน จำนวนผู้สมัคร 1,813 คน อัตราการแข่งขัน 1:13

            อันดับ 4 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร รับทั้งสิ้นจำนวน 350 คน จำนวนผู้สมัคร 1,810 คน อัตราการแข่งขัน 1:5
            อันดับ 5 คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาการประถมศึกษา (หลักสูตร 5 ปี) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต รับทั้งสิ้นจำนวน 60 คน จำนวนผู้สมัคร 1,784 คน อัตราการแข่งขัน 1:30
            อันดับ 6 คณะวารสารศาสาตร์และสื่อสารมวลชน พื้นฐานศิลปศาสตร์ รูปแบบที่1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)  รับทั้งสิ้นจำนวน 200 คน จำนวนผู้สมัคร 1,772 คน อัตราการแข่งขัน 1:9
            อันดับ 7 สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) รับทั้งสิ้นจำนวน 840 คน จำนวนผู้สมัคร 1,748 คน อัตราการแข่งขัน 1:3
            อันดับ 8 คณะการบัญชีและการจัดการ สาขาวิชาบัญชีบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) รับทั้งสิ้นจำนวน 175 คน จำนวนผู้สมัคร 1,652 คน อัตราการแข่งขัน 1:10
            อันดับ 9 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร  รับทั้งสิ้นจำนวน 300 คน จำนวนผู้สมัคร 1,611 คน อัตราการแข่งขัน 1:6
            อันดับ 10 คณะพยาบาลศาสตร์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา รับทั้งสิ้นจำนวน 50 คน จำนวนผู้สมัคร 1,310 คน อัตราการแข่งขัน 1:27
            อันดับ 11 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร รับทั้งสิ้นจำนวน 24 คน จำนวนผู้สมัคร 1,293 คน อัตราการแข่งขัน 1:54
            อันดับ 12 คณะเทคโนโลยี สาขาวิชาเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยขอนแก่นรับทั้งสิ้นจำนวน 30 คน จำนวนผู้สมัคร 1,272 คน อัตราการแข่งขัน 1:43
            อันดับ 13 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รับทั้งสิ้นจำนวน  100 คน จำนวนผู้สมัคร 1,228 คน อัตราการแข่งขัน 1:13
            อันดับ 14 คณะเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ภาคพิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  รับทั้งสิ้นจำนวน 230 คน จำนวนผู้สมัคร 1,203 คน อัตราการแข่งขัน 1:6
            อันดับ 15 คณะเศรษฐศาสตร์ภาคพิเศษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รับทั้งสิ้นจำนวน 180 คน จำนวนผู้สมัคร 1,164 คน อัตราการแข่งขัน 1:7
            อันดับ 16 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมีสิ่งแวดล้อม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับทั้งสิ้นจำนวน 60 คน จำนวนผู้สมัคร 1,155 คน อัตราการแข่งขัน 1:20
            อันดับ 17 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รับทั้งสิ้นจำนวน 45 คน จำนวนผู้สมัคร 1,154 คน อัตราการแข่งขัน 1:26
            อันดับ18 คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการ  รับทั้งสิ้นจำนวน 100 คน จำนวนผู้สมัคร 1,115 คน อัตรา 1:12
            อันดับ 19 หลักสูตรพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย รับทั้งสิ้นจำนวน 60 คน
 
            อันดับ 20 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รับทั้งสิ้นจำนวน 100 คน จำนวนผู้สมัคร 1,100 คน อัตราการแข่งขัน 1:11


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เจาะลึกวิธีรับตรง สอบตรง

เจาะลึกวิธีรับตรง สอบตรง


UploadImage


เจาะลึกวิธีการรับตรง สอบตรง
โอกาสมีไว้สำหรับคนที่พร้อมเสมอ


          ระบบ Admissions ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยๆ ทำให้การสอบเข้ามหาวิทยาลัยต้องมีการวางแผนการสอบ เพราะปัจจุบันเส้นทางในการเข้าสู่มหาวิทยาลัยมีหลากหลาย ทั้งการรับตรง สอบตรง ซึ่งมีมากถึง 70% ส่วนพื้นที่ของการ Admissions เหลือเพียง 30% เท่านั้น...



          มหาวิทยาลัยในประเทศไทยมี 226 แห่ง 2000 สาขาวิชา นักศึกษาปริญญาตรี 1,800,000 คนและบัณฑิตศึกษา 300,000 คน อัตราคนจบปริญญาตรีแล้วว่างงาน มีจำนวนมากถึง 300,000คน และยังมีผู้ที่ได้งาน ทำงานต่ำกว่าวุฒิอีกจำนวนมาก และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ทำให้ต้องมีการวางแผน เตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยของเด็ก ม.6



          ดังนั้น การเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับการสอบตรง รับตรงที่ปัจจุบันมีพื้นที่สูงถึง 70% นั้น น้องๆ ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจกับระบบของการรับตรง ซึ่งมี 2 แบบ คือผ่านระบบ Clearing House และ ไม่ผ่านระบบ Clearing House โดย สอท. แบ่งการการคัดเลือกการสอบเข้าของมหาวิทยาลัยออกเป็น  2 กลุ่ม คือ


1. กลุ่มมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมเคลียริ่งเฮ้าส์ 
ในกลุ่มนี้มหาวิทยาลัยอาจจะจัดสอบเอง ใช้ข้อสอบวิขาสามัญ 7 วิชา จาก สทศ. เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือก ซึ่งขึ้นอยู่กับระเบียบการของแต่ละคณะแต่ละมหาวิทยาลัย สิ่งสำคัญคือ โครงการรับตรงในกลุ่มนี้ จะส่งรายชื่อนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกทั้งหมดเข้าสู่ศูนย์ประสานการรับตรง หรือ เคลียร์ริ่งเฮาส์  ซึ่งน้องๆ จะต้องยื่นยันสิทธิ์การเข้าศึกษา หรือเลือกคณะที่ตนเองต้องการในช่วงเวลาที่กำหนดพร้อมกัน หมายความว่า ผู้ที่มีรายชื่อผ่านการสอบข้อเขียน หรือการสอบสัมภาษณ์แล้ว ยังไม่ได้มีสิทธ์เป็นนักศึกษาทันที แต่ต้องยื่นยันสิทธิ์เลือกครั้งสุดท้าย ผ่านเคลียริ่งเฮาส์ ก่อน หากไม่มีการยืนยันสิทธิ์ในช่วงเวลาที่กำหนด จะถือว่าสละสิทธิ์ในทุกๆ โครงการ 


2. กลุ่มมหาวิทยาลัยที่ไม่เข้าร่วมเคลียริ่งเฮาส์ 
เป็นโครงการรับตรงที่มหาวิทยาลัยดำเนินการเปิดรับเอง โดยการสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ ขึ้นอยู่กับระเบียบการของแต่ละมหาวิทยาลัย เมื่อนักเรียนผ่านการคัดเลือกแล้ว ต้องดำเนินการยืนยันสิทธิ์ที่จะเข้าศึกษากับทางมหาวิทยาลัยก่อน จึงจะเป็นผู้มีสิทธิ์เป็นนักศึกษาได้จริง แต่อย่างไรก็ตามระบบนี้ยังเปิดโอกาสให้น้องๆ สามารถยื่นสละสิทธิ์ได้หากเปลี่ยนใจภายหลัง แต่ต้องยื่นในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น เพราะ มหาวิทยาลัยจะต้องส่งรายชื่อนักเรียนที่ยืนยันสิทธิ์แล้ว เพื่อทำการตัดสิทธิ์ ในระบบ Admission ต่อไปนั่นเอง สิ่งที่สำคัญของการรับตรงกลุ่มนี้ หลังจากการประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกแล้ว จะต้องยื่นยันสิทธิ์กับทางมหาวิทยาลัย ภายในกำหนด และหากเปลี่ยนใจก็ต้องยื่นสละสิทธิ์ภายในช่วงเวลาที่กำหนดเช่นกัน ทั้งนี้จะมีบางโครงการที่ตัดสิทธิ์ระบบAdmission ทันทีที่ยืนยันสิทธิ์ฉะนั้น ต้องระมัดระวังและอ่านทำความเข้าใจในระเบียบของแต่ละโครงการให้รอบคอบ



          ทั้งนี้ การรับตรงในแต่ละโครงการของแต่ละมหาวิทยาลัยก็อาจใช้วิธีดังต่อไปนี้



UploadImage




          วิธีนี้ทางมหาวิทยาลัยจะกำหนดคุณสมบัติของผู้สอบ จากนั้นก็จะดำเนินการออกข้อสอบเอง ผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนก็จะถูกเรียกเพื่อสัมภาษณ์รวมทั้งโชว์ผลงาน Portfolio เมื่อผ่านทุกขั้นตอนแล้วจึงจะได้เข้าเรียนในคณะและมหาวิทยาลัยนั้นๆ ต่อไป เช่น...
โครงการรับตรง (แบบพิเศษ) ของ จุฬาฯ ปีการศึกษา 2556 ยกตัวอย่าง รับตรงหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต ซึ่งมหาวิทยาลัยทำการจัดสอบเองโดยใช้วิชาสามัญ ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และสังคมศึกษา และจัดสอบโดยใช้วิชาเฉพาะ ได้แก่วิชาความถนัดทางวารสารสนเทศ เมื่อการสอบข้อเขียนเสร็จสิ้นก็จะทำการสอบสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเหมาะสมเข้าเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่อไป





UploadImage




          วิธีนี้ก็เป็นการกำหนดคุณสมบัติผู้สอบโดยมหาวิทยาลัยเอง แต่ใช้คะแนน GAT, PAT เมื่อผ่านแล้วก็จะเรียกมาสัมภาษณ์พร้อมดูผลงาน Portfolioเพื่อทำการคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเหมาะสมที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในโครงการนั้นๆ เช่น...
โครงการพัฒนาและส่งเสริมเยาวชนดีเด่นทางการกีฬา ม.เชียงใหม่ ซึ่งพิจารณาจาก GPAX 4 ภาคเรียนตามที่แต่ละคณะกำหนด และพิจารณาคะแนน GAT, PATเพื่อคัดเลือกผู้เหมาะสมเข้าสอบสัมภาษณ์ และคัดเลือกเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่อไป
        





UploadImage





          อีกวิธีคือ ทางมหาวิทยาลัยกำหนดคุณสมบัติเอง จากนั้นก็ทำการสอบข้อเขียนโดยข้อสอบที่มหาวิทยาลัยออกเอง บวกกับการใช้คะแนน GAT, PAT, O-NET จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนการสัมภาษณ์และดูผลงาน Portfolioต่อไป เช่น...
โครงการรับตรงหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ภาคพิเศษฯ (รอบที่1) สาขาวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ซึ่งมหาวิทยาลัยจะกำหนดวิชาที่จะใช้สอบเองและนักเรียนสายวิทย์จะใช้ผลคะแนน O-NET, GAT, PAT ประกอบการพิจารณาเพื่อเข้าสัมภาษณ์ เพื่อคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าศึกษาในโครงการดังกล่าว



          ข้อสังเกตก็คือ ทุกๆ วิธีการสอบของมหาวิทยาลัย ต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์และการดูผลงาน Portfolioซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งที่น้องๆ ต้องเตรียมความพร้อมในขั้นตอนนี้ให้ดีที่สุด...



          หากน้องๆ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงแล้ว แน่นอนว่าน้องๆ ย่อมวางแผนและเตรียมความพร้อมได้เป็นอย่างดี สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ การติดตามข่าวสารในการสอบอย่างสม่ำเสมอ...เพราะโอกาสดีๆ มีไว้สำหรับคนที่มีความพร้อมอยู่เสมอค่ะ...สู้ๆ นะคะ
 


ภารดี วงค์เขียว
ศูนย์ข่าวการศึกษาไทย
 
อ้างอิง:   www.cuas.or.th
                www.eduzones.com